Welcome
  
 
ข้อมูลงานวิจัย
 
ชื่อโครงการ (ภาษาไทย) : โครงการทดสอบชนิดไม้ที่เหมาะสมในการปลูกเพื่อฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรมบนพื้นที่สูง
ชื่อโครงการ (ภาษาภาษาอังกฤษ) : Species Trials for Rehabilitation in Degraded on Highland
ปีงบประมาณที่เสนอขอ : 2553
ยุทธศาสตร์ : งานวิจัยและพัฒนา
แผนงาน : วิจัยเชิงปฏิบัติการในพื้นที่ขยายผลโครงการหลวง
คำสำคัญ (Keywords) : การทดสอบชนิดไม้, การฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรม, พื้นที่สูง
ระยะเวลาดำเนินโครงการ : 1 มกราคม 2552  ถึง 30 กันยายน 2553
สถานะ : เสร็จสิ้นงานวิจัย
งบประมาณทั้งโครงการ : 953,000.00 บาท
เงินสนับสนุนโครงการ : 1. โครงการ โครงการทดสอบชนิดไม้ที่เหมาะสมในการปลูกเพื่อฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรมบนพื้นที่สูง หน่วยงาน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง งบประมาณ 953,000.00 บาท
 
พื้นที่ดำเนินการ : 1. โป่งคำ
 
บทคัดย่อ(ภาษาไทย) : การทดสอบชนิดไม้ที่เหมาะสมในการปลูกเพื่อฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรมบนพื้นที่สูงนั้นได้ดำเนินการในพื้นที่ของเกษตรกรในตำบลโป่งคำ อำเภอสันติสุข จังหวัดน่าน โดยได้ทำการวางแผนผังการทดลองแบบ randomized block design ในแต่ละกลุ่มประกอบไปด้วย 5 ชนิดไม้ หรือ 5 สิ่งทดลอง (Treatments) วางแปลงทดลองเป็น 3 ซ้ำ (replication) ได้ดำเนินการติดตามตรวจวัดการเติบโตอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4
ผลการศึกษาพบว่า ไม้ไผ่มีการเติบโตที่รวดเร็วอย่างชัดเจนเมื่อเปรียบเทียบกับไม้ยืนต้น โดยไผ่เลี้ยง มีการเติบโตทางความสูงที่ใกล้เคียงกับไผ่รวกดำ และไผ่เลี้ยงมีการแตกหน่อในระยะแรกได้ดีเช่นเดียวกับไผ่ซาง แต่ไผ่ชนิดอื่นๆ กำลังเติบโตดีขึ้นตามลำดับ สำหรับไม้ต่างถิ่นที่ได้จากการวิจัยของมูลนิธิโครงการหลวง ไม้กระถินเทพา มีการเติบโตที่เร็วกว่าชนิดอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ไม้กระถินดอย เมเปิ้ลหอม และการบูร จัดว่ามีการเติบโตที่ดี เว้นแต่ไม้จันทร์ทองเทศ ที่พบว่าเติบโตช้ากว่าชนิดอื่นๆ สำหรับไม้พื้นถิ่นนั้นมีการเติบโตที่ค่อนข้างช้าเมื่อเทียบกับไม้ในกลุ่มอื่น โดยพบว่าไม้ที่มีการเติบโตดี ได้แก่ ยมหิน แดง และสัก ในขณะที่ไม้ประดู่ป่า นั้นยังคงเติบโตได้ปกติแต่ไม่เร็วนัก แต่สำหรับไม้จามจุรี มีการเติบโตที่ช้ามาก และคาดว่าไม่เหมาะกับการปลูกบนที่ลาดชัน ส่วนปริมาณการสะสมมวลชีวภาพนั้นผันแปรไปตามขนาดการเติบโตของไม้ชนิดต่างๆ
สำหรับอัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงของไม้ ชนิดไม้พื้นถิ่นที่มีอัตราการสังเคราะห์แสงมากที่สุดคือ สัก และมีค่า stomatal conductance มากที่สุดคือ ยมหิน ชนิดไม้ต่างถิ่นที่มีอัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงมากที่สุดคือ กระถินเทพา และมีค่า stomatal conductance มากที่สุดคือ กระถินเทพา ชนิดไม้ไผ่ที่มีอัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงมากที่สุดคือ ไผ่ตง และมีค่า stomatal conductance มากที่สุดคือ ไผ่ซาง
ชนิดไม้ที่ควรนำไปปลูก ในกลุ่มไม้พื้นถิ่น และควรส่งเสริมให้เกษตรกรเลือกปลูกเป็นอันดับแรก คือ สัก รองลงมาคือ แดง ยมหิน และประดู่ป่า ตามลำดับ ส่วนจามจุรี ถ้าเกษตรกรต้องการปลูกควรปลูกอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มจะได้ผลผลิตที่ดีกว่า ในกลุ่มไม้ต่างถิ่นจากการวิจัยของมูลนิธิโครงการหลวง ควรส่งเสริมให้เกษตรกรเลือกปลูก กระถินเทพา เป็นอันดับแรก รองลงมาคือ กระถินดอย การบูร จันทร์ทองเทศ และเมเปิ้ลหอม ตามลำดับ กลุ่มไม้ไผ่ ชนิดที่เกษตรกรควรเลือกปลูกเป็นอันดับแรก คือ ไผ่รวกดำ และไผ่ซาง เพราะขยายกอได้อย่างรวดเร็ว และมีตลาดซื้อขายรองรับ รองลงมาคือ ไผ่หวานอ่างขาง ไผ่เลี้ยง และไผ่ตง ตามลำดับ สำหรับต้นทุนในการปลูกต้นไม้ พบว่า การปลูกไม้ไผ่ที่กล้าไม้ไผ่ราคาแพง คือ ไผ่หวานอ่างขาง มีต้นทุนในปีแรกเท่ากับ 10,000 บาทต่อไร่ ไม้ไผ่ที่มีราคากล้าไม้ไผ่ราคาถูก ได้แก่ ไผ่เลี้ยง ไผ่ตง ไผ่รวกดำ และไผ่ซาง เป็นต้น มีต้นทุนในปีแรกเท่ากับ 5,200 บาทต่อไร่ สำหรับแปลงปลูกไม้ต่างถิ่นและแปลงปลูกไม้พื้นถิ่นมีต้นทุนในการปลูกต้นไม้มีค่าเท่ากัน มีต้นทุนในปีแรกเท่ากับ 4,750 บาทต่อไร่ ส่วนในปีถัดไปในปีที่ 2, 3 และ 4 มีต้นทุนในการดูแลรักษาที่อยู่ในระดับเดียวกัน โดยในปีที่ 2, 3 และ 4 เท่ากับ 1,800, 750 และ 450 บาทต่อไร่ ตามลำดับ
my wife cheated on me with my father how to catch a cheat letter to husband who cheated
บทคัดย่อ(ภาษาอังกฤษ) : This study will try to research in term of species trial. The species trials were separated into three groups composed of native species, exotic species and bamboo species. Survivor, growth and capability for promoting to local people will be evaluated. The knowledge of this research will use for selecting species to promote people who want to plant tree in their land in term of agroforestry with intercrop.
The results show that bamboos have a growth performance than other trees. For detail, Yomhin (Chukrasia velutina) Teak (Tectona grandis) and Deang (Xylia xylocarpa) are the good growing species compared with other native species. Pai Kratin Thepa (Acacia mangium) has a highest both diameter and height compared with other species. However, other exotic species are good growing. Pai Leang (Bambusa multiplex) grows in height as fast as Pai Ruak Dum (Thyrsostachys oliveri). According to biomass accumulation and carbon sequestration of tree species are dependent the growth of species. These species should accommented to former to plant by themselves.
For the photosynthesis of tree species and bamboo, Teak (Tectona grandis), Kratin Thepa (Acacia mangium) and Pai Tong (Bambusa natans) are a species that the highest on photosynthesis rate. Yomhin (Chukrasia velutina), Kratin Thepa (Acacia mangium) and Pai Cang (Dendrocalamus strictus) have highest in stomatal conductance.
Tree species and bamboo that should accommented for farmer to take and plant in their as follow Teak (Tectona grandis), Deang (Xylia xylocarpa), Yomhin (Chukrasia velutina) and Pra doo Pa (Pterocarpus macrocarpus) for the native species. For the exotic species should be as follow Kratin Thepa (Acacia mangium), Kratin Doi (Acacia confusa), Karabul (Cinnamomun champhora), Chan Thong Thet (Fraxinus griffithii) and Maple Hoam (Liquidambar formosana). For the bamboo species, should be as follow Pai Ruak Dum (Thyrsostachys oliveri), Pai Cang ((Dendrocalamus strictus), Pai Wan Angkang (Dendrocalamus latiflorus), Pai Leang (Bambusa multiplex) and Pai Tong (Bambusa natans). According to the cost for plant and take care bamboo tree, show that the bamboo expansive seedling, Pai Wan Angkang, has cost as 10,000 Bath/Rai and the bamboo non-expansive seedling, other species have cost as 5,200 Bath/Rai in the first year. For the cost in exotic and native species are 4,750 Bath/Rai in the first year. However, in the second, third and forth year are the same amount to take care tree and bamboo as 1,800 for the second year, 750 Bath/Rai for the third year and 450 Bath/Rai for the forth year.
my wife cheated on me with my father blog.perecruit.com letter to husband who cheated
ความเป็นมาโดยสรุป : การเสื่อมโทรมของพื้นที่ของประเทศนั้นเกิดจากการตัดไม้ทำลายป่าอย่างหนักในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากสาเหตุหลัก คือ ความต้องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเป็นปัจจัยในการดำรงชีวิตทั้งระดับของประชาชน และเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในระดับของนโยบาย กระบวนการตัดไม้ทำลายป่าในพื้นที่ต้นน้ำลำธารนั้น เริ่มจากการทำไม้ตามเงื่อนไขสัมปทานในพื้นที่ป่าที่ไม่สามารถดำเนินการตามหลักวิชาการได้ ตามด้วยการบุกรุกพื้นที่และเปลี่ยนแปลงไปทำการเกษตรกรรมด้วยการปลูกพืชที่ได้ผลผลิตในระยะเวลาอันสั้นและเป็นที่ต้องการของตลาด อาทิ ข้าวโพด มันสำปะหลัง หรือในบางพื้นที่อาจใช้เพื่อการปลูกข้าวไร่ ทั้งเพื่อขายและเพื่อบริโภคในครัวเรือน จากการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าไม้ไปเพื่อทำการเกษตรกรรมด้วยการปลูกพืชอายุสั้นนี้เองที่เป็นต้นเหตุให้เกิดการเสื่อมโทรมของพื้นที่ต้นน้ำลำธาร
สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ซึ่งเป็นหน่วยที่ตั้งขึ้นมาเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงของประเทศ ที่ปัจจุบันมีการใช้ประโยชน์จากประชาชนในพื้นที่ท้องถิ่น โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) เข้าไปดำเนินการศึกษาวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงที่มีการใช้ประโยชน์จากประชาชนในท้องถิ่นแล้วเกิดปัญหาไม่สมดุล เกิดความเสื่อมโทรมของพื้นที่ โดยเฉพาะการเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่สูงด้วยการมุ่งเน้นผลผลิตเฉพาะพืชผลทางการเกษตรระยะสั้น ที่มักก่อให้เกิดปัญหาความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศน์โดยรวม ทางสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงเห็นว่าการปลูกเพียงพืชเกษตรระยะสั้นเพียงอย่างเดียวไม่สามารถสร้างการจัดการพัฒนาที่สูงให้เกิดความยั่งยืนได้ จึงพยายามหาแนวทางการเพิ่มพืชป่าไม้ที่มีอายุยืนยาวกว่าเข้าไปในพื้นที่เหล่านั้น ฉะนั้นการศึกษาทดลองเพื่อหาชนิดไม้และไผ่ที่จะใช้ปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำเสื่อมโทรมจากการทำลายป่าจึงควรได้รับการสนับสนุนให้ดำเนินการเพื่อเตรียมพร้อมกับกระบวนการฟื้นฟูระบบนิเวศน์ป่าไม้บนพื้นที่สูงต่อไป
วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อศึกษาต่อเนื่องจากการวิจัยในปีที่ผ่านมา และคัดเลือกชนิดไม้ที่มีศักยภาพเหมาะสมในการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร โดยพิจารณาจากปัจจัยทางด้านการเจริญเติบโต มูลค่าทางการตลาด การใช้ประโยชน์ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

2. เพื่อวิเคราะห์ต้นทุนการปลูกไม้ยืนต้นและไม้ไผ่ทั้ง 3 กลุ่ม รวมทั้งการตลาดและมูลค่าที่จะได้รับเมื่อจำหน่ายในพื้นที่จังหวัดน่านและจังหวัดใกล้เคียง

3. เพื่อประมวลสาระข้อมูลการวิจัยระหว่างปี 2550-2552 สำหรับจัดทำร่างคู่มือการปลูกไม้ เพื่อใช้เป็นแนวทางการส่งเสริมการปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อม สร้างรายได้ และใช้ประโยชน์แก่เกษตรกรต่อไป
ขอบเขต : ดำเนินการ ทำการศึกษาบริเวณบ้านโป่งคำ (ภาพที่ 2) ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 5 ต.ดู่พงษ์ อ.สันติสุข จ.น่าน
ในการวางแปลงศึกษาทดลองได้แบ่งตามกลุ่มชนิดไม้ทั้ง 3 กลุ่มชนิด วางแปลงทดลองแบบ randomized block design โดยในแต่ละกลุ่มประกอบไปด้วย 5 ชนิดไม้ หรือ 5 สิ่งทดลอง (Treatments) วางแปลงทดลองเป็น 3 ซ้ำ (replication) ในหนึ่งกลุ่มชนิดประกอบไปด้วย 15 แปลงทดลอง เมื่อรวมทั้ง 3 กลุ่มชนิดจะมีแปลงทดลองทั้งหมด 45 แปลงทดลองโดยการติดตามการเติบโตของต้นไม้ยังยึดแผนผังการศึกษาทดลองเดิม ซึ่งแบ่งกลุ่มไม้ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มชนิดไม้พื้นถิ่น (local species) กลุ่มชนิดไม้ต่างถิ่นจากมูลนิธิโครงการหลวง (exotic species) และกลุ่มไม้ไผ่ (bamboo)

โดยทำการศึกษา
1) ศึกษาสรีรวิทยาการเจริญเติบโตและการปรับตัวของต้นไม้
ติดตามการเจริญเติบโตของต้นไม้ที่ปลูก ทั้ง 3 กลุ่ม พร้อมทั้งเน้นด้านความสามารถในการปกคลุมเรือนยอดของต้นไม้
2) ศึกษาต้นทุนการปลูกไม้และผลตอบแทนรายปี
คำนวณต้นทุนจากการบำรุงรักษาแปลงทดสอบฯ เช่น การใส่ปุ๋ยบำรุง การกำจัดวัชพืช การทำแนวกันไฟ เป็นต้น
3) ศึกษางานกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกไม้
นำกลุ่มเกษตรกรที่สนใจปลูกไม้เพื่อสร้างรายได้ ศึกษาดูงานตัวอย่างจากกลุ่มชาวบ้านที่ประสบความสำเร็จจากการปลูกไม้สร้างรายได้
4) ประมวลสาระและวิเคราะห์ข้อมูลจากผลการวิจัยต่อเนื่อง เพื่อนำไปเป็นข้อมูลสำหรับการถ่ายทอดสู่เกษตรกร
5) จัดทำร่าง (ต้นฉบับ) คู่มือสำหรับส่งเสริมให้เกษตรกรที่สนใจปลูกไม้เพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและสร้างรายได้ เพื่อใช้เป็นแนวทางปลูกต้นไม้บนพื้นที่สูงเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนในด้านต่างๆ
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ: 1. คัดเลือกชนิดไม้ที่มีศักยภาพเหมาะสมในการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร โดยพิจารณาจากปัจจัยทางด้านการเจริญเติบโต มูลค่าทางการตลาด การใช้ประโยชน์ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

2. วิเคราะห์ต้นทุนการปลูกไม้ยืนต้นและไม้ไผ่ทั้ง 3 กลุ่ม รวมทั้งการตลาดและมูลค่าที่จะได้รับเมื่อจำหน่ายในพื้นที่จังหวัดน่านและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อที่จะสามารถจูงใจเกษตรกรให้หันมาปลูกป่าแทนการปลูกพืชเกษตรเชิงเดี่ยว

3. ร่างคู่มือการปลูกไม้ เพื่อใช้เป็นแนวทางการส่งเสริมการปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อม สร้างรายได้ และใช้ประโยชน์แก่เกษตรกรต่อไป
เอกสารอ้างอิง : กิตติศักดิ์ จินดาวงศ์, สมาน ณ ลำปาง, วิชัย ปัตถมสิงหไชย และบุญวงศ์ ไทยอุตส่าห์. 2546. ข้อสังเกตการเติบโตของไม้ต่างถิ่น 5 ชนิด ที่ปลูกในโครงการป่าชาวบ้าน ศูนย์พัฒนาโครงการหลวง. หน้า 195-204. ใน บุญวงศ์ ไทยอุตส่าห์ และลดาวัลย์ พวงจิตร, บรรณาธิการ. การประชุมสัมมนา ยี่สิบปีโครงการป่าไม้ไต้หวัน/อ่างขาง วันที่ 22-24 ธันวาคม 2545. มูลนิธิโครงการหลวง.

นิคม แหลมสัก และ อลงกรณ์ นุ่มน่วม. 2546. สมบัติและการใช้ประโยชน์ไม้ตัดสางขยายระยะจากสวนป่าที่ดอยอ่างขาง. หน้า 184-194. ใน บุญวงศ์ ไทยอุตส่าห์ และลดาวัลย์ พวงจิตร, บรรณาธิการ. การประชุมสัมมนา ยี่สิบปีโครงการป่าไม้ไต้หวัน/อ่างขาง วันที่ 22-24 ธันวาคม 2545. มูลนิธิโครงการหลวง.

นิรนาม. 2550. งานวิจัยเกี่ยวกับพืชต่างๆ. เรื่องป่าไม้. http://rittiya.com/katoo/pamai1.htm, 11 มิถุนายน 2550.

บุญวงศ์ ไทยอุตส่าห์. 2537. กระถินดอย ไม้ใช้สอยในพื้นที่อนุรักษ์. หน้า 85-87. ใน ร้อยบทความป่าไม้ 2538. ศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (จากหนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับวันที่ 21 ธันวาคม 2537.)

รุ่งนภา พัฒนวิบูลย์, บุญฤทธิ์ ภูริยากร และวลัยภรณ์ สถิตวิบูรณ์. 2544. ไม้ไม้ต่างถิ่นในประเทศไทย. ส่วนวนวัฒนวิจัย, สำนักวิชาการป่าไม้. กรุงเทพฯ
สรุปผลการวิจัย : จากการดำเนินโครงการศึกษาวิจัยที่ผ่านมาได้ผลการศึกษาต่างๆ ที่เป็นการศึกษาการเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวของไม้ ทั้งอัตราการรอดตาย การเติบโต การสังเคราะห์ด้วยแสงและการคายน้ำ การสะสมมวลชีวภาพและคาร์บอน การประเมินต้นทุนที่ใช้ในการปลูก สามารถสรุปได้ว่า
1. ไม้ที่ปลูกทั้งสามกลุ่ม ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มไม้ไผ่ กลุ่มไม้ต่างถิ่นที่ได้จากการวิจัยของมูลนิธิโครงการหลวง กลุ่มไม้พื้นถิ่น มีการเติบโตตามลำดับ โดยแปลงปลูกไม้ไผ่ ไผ่เลี้ยงมีจำนวนหน่อต่อกอมากที่สุด แปลงปลูกไม้ต่างถิ่นที่ได้จากการวิจัยของมูลนิธิโครงการหลวง มีการเติบโตเร็วอย่างเห็นได้ชัด ส่วนแปลงปลูกไม้พื้นถิ่นแม้ว่าในภาพรวมการเติบโตที่ปรากฏมีสภาพที่ค่อนข้างช้า และบางชนิดยังคงเห็นว่ามีการเติบโตที่ยังคงสามารถนำมาปลูกได้ อาทิ ไม้ยมหิน สัก แดง และประดู่ป่า แต่ที่เห็นว่ามีการเติบโตที่ไม่ดี คือ จามจุรี ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมกับการเติบโตเป็นเหตุผลที่สำคัญ
2. ส่วนการตรวจวัดทางสรีรวิทยาของต้นไม้ทั้ง การสังเคราะห์ด้วยแสง อัตราการคายน้ำ นั้นมีลักษณะที่คล้อยตามการเติบโตของต้นไม้ และคาดว่าไม้ที่ปลูกจะมีพัฒนาการที่ต่อเนื่องต่อไป
forced gay sex stories read free erotic adult stories
รายชื่อนักวิจัยในโครงการ : พบ 2 รายการ   
ชื่อนักวิจัยตำแหน่งในโครงการสัดส่วนปริมาณงาน (%)
 นายสคาร ทีจันทึก หัวหน้าโครงการวิจัย 0.00
 นายเกรียงไกร เพาะเจริญ ผู้ประสานงานโครงการ 0.00
 
ลิขสิทธิ์ : พบ 0 รายการ   
ไม่พบรายการ
 
เอกสารที่เกี่ยวข้อง : พบ 0 รายการ   
ไม่พบรายการ
 
สารสนเทศเชิงภูมิศาสตร์ : พบ 0 รายการ   
ไม่พบรายการ
 
โครงการวิจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง: พบ 0 รายการ   
ไม่พบรายการ

     
แบบฟอร์มคำร้องขอข้อมูลงานวิจัย :

ชื่อผู้ขอ :
Email address :
บันทึกคำขอ :
ที่อยู่ :