Welcome
  
 
ข้อมูลงานวิจัย
 
ชื่อโครงการ (ภาษาไทย) : การทดสอบและสาธิตเทคโนโลยีลดการใช้สารเคมีสำหรับการปลูกผักบนพื้นที่สูง
ชื่อโครงการ (ภาษาภาษาอังกฤษ) : Reducing Pesticide Technology for Vegetable
ปีงบประมาณที่เสนอขอ : 2553
ยุทธศาสตร์ :
แผนงาน :
คำสำคัญ (Keywords) : การป้องกันกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน การใช้สารเคมีอย่างถูกต้องและปลอดภัย และพืชผัก
ระยะเวลาดำเนินโครงการ : 1 ตุลาคม 2552  ถึง 30 กันยายน 2553
สถานะ : เสร็จสิ้นงานวิจัย
งบประมาณทั้งโครงการ : 762,950.00 บาท
เงินสนับสนุนโครงการ : 1. โครงการ โครงการทดสอบเทคโนโลยีโครงการหลวงในพื้นที่ขยายผลโครงการหลวง หน่วยงาน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง(องค์การมหาชน) งบประมาณ 762,950.00 บาท
 
พื้นที่ดำเนินการ : 1. ป่ากล้วย
2. ปางหินฝน
3. ลุ่มน้ำปิงตอนบน บ้านห้วยเป้า
4. วาวี
5. สบโขง
6. สะเนียน
7. ถ้ำเวียงแก
8. แม่จริม
9. ผาแตก
10. ปางยาง
11. โหล่งขอด
 
บทคัดย่อ(ภาษาไทย) : การทดสอบและสาธิตเทคโนโลยีลดการใช้สารเคมีสำหรับการปลูกผักบนพื้นที่สูงในพื้นที่โครงการขยายผลโครงการหลวง มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบและสาธิตเทคโนโลยีลดใช้สารเคมีสำหรับการปลูกผักบนพื้นที่สูงร่วมกับเกษตรกร โดยเน้นการถ่ายทอดวิธีการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน รวมถึงสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกผักด้วยวิธีการที่ปลอดภัยในพื้นที่โครงการขยายผลโครงการหลวงป่ากล้วย (กะหล่ำปลี) ปางหินฝน (มันฝรั่ง) สบโขง (กะหล่ำปลี) และโหล่งขอด (มะเขือม่วงก้านดำ)
ผลการดำเนินงานสรุปได้ดังนี้ 1) ต้นทุนรวมประกอบด้วย ค่าสารกำจัดศัตรูพืช สารกำจัดวัชพืช ฮอร์โมน ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยเคมีและวัสดุเพาะกล้าของแปลงควบคุมและแปลงทดสอบในพื้นที่โครงการขยายผลฯ ป่ากล้วย สบโขง และโหล่งขอด มีค่าไม่แตกต่างกัน (P?0.05) ยกเว้นมันฝรั่งในพื้นที่โครงการขยายผลฯ ปางหินฝน แปลงทดสอบมีต้นทุนรวมต่ำกว่าแปลงควบคุมคือ 2,933.3 บาท/ 1 งาน และ 3,098 บาท/ 1 งาน อย่างไรก็ตามยังพบว่า เกษตรกรในแปลงควบคุมมีการปรับปรุงบำรุงดินด้วยอินทรีย์วัตถุน้อยมากส่วนใหญ่นิยมใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชซึ่งสูงกว่าแปลงทดสอบเฉลี่ยร้อยละ 20 และ 12 ตามลำดับสำหรับปริมาณผลผลิตพบว่า ทุกพื้นที่ผลผลิตแปลงควบคุมและแปลงทดสอบมีค่าไม่แตกต่างกันคือ กะหล่ำปลี (ป่ากล้วย) 2,819 และ 2,945 กิโลกรัม/ 1 งาน มันฝรั่ง (ปางหินฝน) 225.0 และ 234.4 กิโลกรัม/ 1 งาน กะหล่ำปลี (สบโขง) 1,973.7 และ 1,976.9 กิโลกรัม/ 1 งาน ยกเว้นแปลงมะเขือม่วงก้านดำ (โหล่งขอด) เนื่องจากได้รับความเสียหายจากโรคเหี่ยวเขียวในระดับรุนแรงโดยผลผลิต ในแปลงควบคุมได้ 2,400 กิโลกรัม/
1 งาน และแปลงทดสอบได้ 2,087 กิโลกรัม/1 งาน สำหรับความปลอดภัยพบว่า ผลผลิตของแปลงควบคุมและแปลงทดสอบในทุกพื้นที่ไม่พบสารกำจัดแมลงกลุ่มไพรีทรอยด์ตกค้างเกินค่ามาตรฐานของ CODEX ส่วนรายได้สุทธิพบว่า ผลผลิตแปลงควบคุมและแปลงทดสอบไม่มีความแตกต่างทางสถิติ (P?0.05) คือ กะหล่ำปลี (ป่ากล้วย) 12,495.0 และ 13,083.0 บาท/ 1 งาน มันฝรั่ง (ปางหินฝน) 12,89.7 และ 1,637.1 บาท/ 1 งาน กะหล่ำปลี (สบโขง) 6,964.3 และ 7,026.0 บาท/ 1 งาน ยกเว้นมะเขือม่วงก้านดำ (โหล่งขอด) โดยแปลงควบคุมมีรายได้สุทธิ 4,657.5 บาท/1 งาน ในขณะที่แปลงทดสอบมีรายได้สุทธิ 3,807.0 บาท/ 1 งาน ผลการยอมรับเทคโนโลยีพบว่า เกษตรกรร้อยละ 70 พร้อมที่จะปรับปรุงเกี่ยวกับการเขตกรรม และการแต่งกายขณะฉีดพ่นสารเคมี ในขณะเดียวกันร้อยละ 30 เริ่มที่จะใช้น้ำหมักสมุนไพรควบคู่กับสารเคมี อย่างไรก็ตามเกษตรกรร้อยละ 80 ไม่ยอมรับการหยุดพ่นสารเคมีก่อนการเก็บเกี่ยวตามที่ฉลากระบุเนื่องจากกลัวผลผลิตเสียหาย ทั้งนี้สามารถสรุปผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 ได้ว่า เทคโนโลยีการลดใช้สารเคมีช่วยลดต้นทุนการปลูกผักโดยเฉพาะค่าปุ๋ยเคมีและสารกำจัดศัตรูพืช ผลผลิตมีคุณภาพปลอดภัยจากสารพิษและเกษตรกรเริ่มปรับวิธีการใช้สารเคมี อย่างไรก็ตามยังต้องมีการติดตามและให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในวิธีการใช้สารเคมีต่อไป
บทคัดย่อ(ภาษาอังกฤษ) :
ความเป็นมาโดยสรุป : ผลการสำรวจสถานการณ์การใช้สารเคมีทางการเกษตรระดับชุมชนสำหรับการปลูกพืชเพื่อการค้าพบว่า อยู่ในขั้นวิกฤตและไม่สามารถควบคุมหรือดูแลได้ (วิเชียร, 2547) นอกจากนี้ยังพบว่า มากกว่าร้อยละ 80 เกษตรกรนิยมใช้สารเคมีเป็นอันดับแรกเมื่อเริ่มพบความเสียหายที่เกิดจากศัตรูพืชและเกษตรกรบนพื้นที่สูงส่วนใหญ่ยังขาดความรู้และไม่เข้าใจเกี่ยวกับวิธีการกำจัดศัตรูพืชที่ถูกต้องทำให้ตัวเกษตรกรและผลผลิตมีการสะสมของสารพิษเพิ่มขึ้น รวมทั้งยังมีผลกระทบทางอ้อมต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมด้วย
ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2550-2552 สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงภายใต้โครงการรณรงค์เพื่อลดการใช้สารเคมีได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการปลูกจิตสำนึกและให้ความรู้ที่ถูกต้องในการใช้สารเคมีกับเกษตรกร ทั้งนี้ได้ดำเนินการเจาะเลือดเกษตรกรเพื่อตรวจหาสารพิษตกค้าง พบว่า เกษตรกร จำนวน 12 พื้นที่ มีภาวะเลือดปกติและปลอดภัย คิดเป็นร้อยละ 42.23 และภาวะเลือดเสี่ยงและไม่ปลอดภัย คิดเป็น 57.57 ด้วยเหตุนี้สถาบันจึงต้องหาแนวทางเพื่อดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง
เทคโนโลยีการลดใช้สารเคมีสำหรับการปลูกพืชบนพื้นที่สูงที่มูลนิธิโครงการหลวงใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ คือ การป้องกันกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน (IPM: Integrated Pest Management) ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของการเพาะปลูกพืชในระบบจีเอพี หรือ การเกษตรดีที่เหมาะสม โดยแนวทางนี้เกษตรกรจะต้องตัดสินใจเลือกวิธีการจัดการศัตรูพืชให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งวิธีการที่เลือกใช้ต้องให้ผลดีและไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย เงื่อนไขที่สำคัญอีกประการคือ การยึดหลักกันดีกว่าแก้ไข (นุชนาฏ, 2549) ผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 ที่ผ่านมาพบว่า เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ร้อยละ 80 ให้ความสำคัญกับผลกระทบที่เกิดจากการใช้สารเคมี โดยเริ่มมีการปรับเปลี่ยนวิธีการใช้สารเคมีให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามยังต้องมีการติดตามอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกษตรกรได้เข้าใจวิธีการอย่างถ่องแท้และสามารถถ่ายทอดให้กับเกษตรกรรายอื่นได้
ดังนั้นในปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 โครงการทดสอบเทคโนโลยีโครงการหลวงในพื้นที่ขยายผลโครงการหลวง กลุ่มการทดสอบเทคโนโลยีลดการใช้สารเคมีสำหรับการปลูกผักบนพื้นที่สูง จึงมีแผนการปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมุ่งหวังให้ผู้ผลิต ผู้บริโภค ผลผลิต และสิ่งแวดล้อมมีความปลอดภัยจากการสะสมของสารเคมีมากยิ่งขึ้น
วัตถุประสงค์ : 1 เพื่อทดสอบและสาธิตเทคโนโลยีลดใช้สารเคมีสำหรับการปลูกผักบนพื้นที่สูงร่วมกับเกษตรกรพื้นที่โครงการขยายผลโครงการหลวง
2 เพื่อถ่ายทอดวิธีการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสานสำหรับการปลูกผักให้กับเกษตรกรในพื้นที่โครงการขยายผลโครงการหลวง
3 เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรในพื้นที่โครงการขยายผลโครงการหลวงมีการปลูกผักอย่างปลอดภัยภายใต้องค์ความรู้เทคโนโลยีการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน
my wife cheated on me with my father how can people cheat letter to husband who cheated
ขอบเขต : 1 พื้นที่การศึกษา
ดำเนินงานทดสอบเทคโนโลยีลดการใช้สารเคมีสำหรับการปลูกผักบนพื้นที่สูง ในพื้นที่ขยายผลโครงการหลวง 11 พื้นที่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกษตรกรปลูกผักเพื่อการค้าและมีการใช้สารเคมีจำนวนมาก แบ่งเป็น พื้นที่ดำเนินการต่อเนื่อง 8 พื้นที่ ได้แก่ โครงการขยายผลโครงการหลวงป่ากล้วย ปางหินฝน ห้วยเป้า วาวี (บ้านดอยล้าน) สบโขง สะเนียน ถ้ำเวียงแก และแม่จริม พื้นที่ใหม่ 3 พื้นที่ ได้แก่ ผาแตก ปางยาง และโหล่งขอด
2 ขอบเขตการศึกษา
2.1 เก็บข้อมูลผลการทดสอบในพื้นที่ที่ยังดำเนินการไม่เสร็จสิ้นในปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 จำนวน 6 พื้นที่
2.2 ดำเนินการทดสอบเทคโนโลยีการลดใช้สารเคมีสำหรับการปลูกผักบนพื้นที่สูงร่วมกับเกษตรกร จำนวน 11 พื้นที่ แบ่งเป็น พื้นที่ดำเนินการต่อเนื่อง 8 พื้นที่ และพื้นที่ใหม่ 3 พื้นที่ โดยวิเคราะห์ปัจจัยความสำเร็จในการถ่ายทอดเทคโนโลยี ชี้แจงวัตถุประสงค์โครงการ การให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการลดใช้สารเคมี คัดเลือกเกษตรกรร่วมโครงการและพื้นที่ทดสอบทั้งนี้พืชที่ทดสอบเป็นชนิดที่เกษตรกรปลูกในแต่ละพื้นที่และมีแหล่งขายผลผลิตอยู่แล้ว ดำเนินการตามขั้นตอนการปลูกผักที่เหมาะสมพร้อมเก็บข้อมูลผลการทดสอบฯ เปรียบเทียบและวิเคราะห์ผลระหว่างเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการกับเกษตรกรที่ปฏิบัติเองเพื่อสรุปผล
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ: 1 เกษตรกรมีอาชีพและรายได้จากการนำเทคโนโลยีการปลูกพืชผักของโครงการหลวงไปประกอบอาชีพหรือพัฒนาการประกอบอาชีพเดิมของเกษตรกร
2 เกษตรกรมีการรวมกลุ่มและมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาด้านการปลูกพืชผักของตนเอง
3 เกษตรกรมีการผลิตพืชผัก โดยเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับพื้นที่สูงอันจะส่งผลให้สามารถใช้พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช เพื่อให้ไม่เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
เอกสารอ้างอิง : นุชนารถ จงเลขา. 2546. คู่มือการควบคุมโรคและศัตรูต่างๆ ของพืชผักแบบผสมผสาน. ศูนย์อารักขาพืช
มูลนิธิโครงการหลวง. 164 หน้า.
นุชนาฏ จงเลขา. 2549. คู่มือการป้องกันกำจัดศัตรูพืชผักแบบผสมผสาน (ไอพีเอ็ม) สำหรับเกษตรกร.
มูลนิธิโครงการหลวง สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน). 93 หน้า.
วิเชียร อันประเสริฐ. 2549. ชุมชนกับการใช้สารเคมีในภาคการเกษตร. ระบบออนไลน์: www.
library.hsri.or.th/abs/res/hs1122t.doc. 17 October 2009.
สรุปผลการวิจัย : การทดสอบและสาธิตเทคโนโลยีลดใช้สารเคมีสำหรับการปลูกผักบนพื้นที่สูงร่วมกับเกษตรกร โดยเน้นการถ่ายทอดวิธีการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสานช่วยลดต้นทุนการผลิตโดยเฉพาะค่าสารกำจัดศัตรูพืชให้กับเกษตรกร รวมทั้งเพิ่มความปลอดภัยให้กับเกษตรกร ผลผลิต ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อมจากผลกระทบของสารเคมี ในขณะเดียวกันผลผลิตยังคงมีปริมาณและคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด อย่างไรก็ตามการให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับระยะปลอดภัยของการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช รวมถึงวิธีการลดระดับสารพิษในสารเคมีด้วยน้ำหมักสมุนไพรช่วงใกล้เก็บเกี่ยวผลผลิตแต่ยังคงประสิทธิภาพในการควบคุมศัตรูพืชเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับเกษตรกร
รายชื่อนักวิจัยในโครงการ : พบ 2 รายการ   
ชื่อนักวิจัยตำแหน่งในโครงการสัดส่วนปริมาณงาน (%)
 น.ส.สุมาลี เม่นสิน หัวหน้าโครงการวิจัย 0.00
 น.ส.สุพรรณี ขอดเฝือ ผู้ร่วมวิจัย 0.00
 
ลิขสิทธิ์ : พบ 0 รายการ   
ไม่พบรายการ
 
เอกสารที่เกี่ยวข้อง : พบ 0 รายการ   
ไม่พบรายการ
 
สารสนเทศเชิงภูมิศาสตร์ : พบ 0 รายการ   
ไม่พบรายการ
 
โครงการวิจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง: พบ 0 รายการ   
ไม่พบรายการ

     
แบบฟอร์มคำร้องขอข้อมูลงานวิจัย :

ชื่อผู้ขอ :
Email address :
บันทึกคำขอ :
ที่อยู่ :