Welcome
  
 
ข้อมูลงานวิจัย
 
ชื่อโครงการ (ภาษาไทย) : โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาการปลูกเฮมพ์และการแปรรูป: โครงการย่อยที่ 2 : โครงการวิจัยและพัฒนาวิธีการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์เฮมพ์
ชื่อโครงการ (ภาษาภาษาอังกฤษ) :
ปีงบประมาณที่เสนอขอ : 2553
ยุทธศาสตร์ :
แผนงาน :
คำสำคัญ (Keywords) :
ระยะเวลาดำเนินโครงการ : 1 มกราคม 2553  ถึง 1 มกราคม 2553
สถานะ : เสร็จสิ้นงานวิจัย
งบประมาณทั้งโครงการ : 120,000.00 บาท
เงินสนับสนุนโครงการ : -
 
พื้นที่ดำเนินการ : 1. สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
2. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สาใหม่
3. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปางอุ๋ง
4. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แฮ
5. คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
 
บทคัดย่อ(ภาษาไทย) : เฮมพ์ (Cannabis sativa L.) เป็นพืชเส้นใยที่มีแนวทางในการพัฒนาและส่งเสริมให้เป็นพืชเศรษฐกิจบนพื้นที่สูงเพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร เนื่องจากมีศักยภาพที่จะพัฒนาการใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมเส้นใยคุณภาพสูง ดังนั้นจึงมีความต้องการใช้เมล็ดพันธุ์คุณภาพจำนวนมาก การทดลองนี้จึงแบ่งออกเป็น 2 ส่วนโดยการทดลองที่ 1 ทำการศึกษาระยะเวลาเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมต่อคุณภาพเมล็ดพันธุ์เฮมพ์ โดยวางแผนการทดลองแบบ split plot in RCB มี main-plot คือเฮมพ์จำนวน 4 สายพันธุ์ อ่างขาง แม่สาใหม่ ปางอุ๋ง และแม่แฮ ส่วน sub-plot คือระยะเวลาการเก็บเกี่ยว 3 วิธี วิธีที่ 1) เมล็ดมีสีน้ำตาลประมาณ 50% และใบเริ่มมีสีเหลือง 2) เมล็ดมีสีน้ำตาลประมาณ 80 % มีใบสีเหลืองร่วงหล่น และ 3) เมล็ดมีสีน้ำตาล 100 % และใบเริ่มแห้ง จึงนำมาทดสอบคุณภาพเมล็ด ผลการทดลองพบว่าความชื้นของเมล็ดลดลงตามระยะเวลาการเก็บเกี่ยว ส่วนน้ำหนัก 100 เมล็ด แต่ละระยะเก็บเกี่ยวและความงอกของเฮมพ์แต่ละสายพันธุ์ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ แต่การเก็บเกี่ยวด้วยวิธีแรก (เมล็ดมีสีน้ำตาลประมาณ 50%) มีความงอก 71% ความงอกเมล็ดจากการเร่งอายุ 74% ส่วนการเก็บเกี่ยวด้วยวิธีที่ 2 (เมล็ดมีสีน้ำตาล 80%) และ 3(เมล็ดมีสีน้ำตาล 100%) มีความงอกไม่แตกต่างกันคือ 82% แต่มีความงอกเมล็ดจากการเร่งอายุแตกต่างกันคือ 78 และ 82% ตามลำดับ อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ระหว่างสายพันธุ์และระยะเก็บเกี่ยวมีผลต่อความงอกและความแข็งแรงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ทั้งนี้สายพันธุ์แม่สาใหม่และแม่แฮสามารถเก็บเกี่ยวได้ขณะเมล็ดมีสีน้ำตาลประมาณ 80% ในช่อเมล็ดและใบสีเหลืองร่วงหล่น ส่วนพันธุ์อ่างขางและปางอุ๋งจะมีคุณภาพเมล็ดสูงสุดเมื่อเมล็ดมีสีน้ำตาล 100% และใบเริ่มแห้ง การทดลองที่ 2 ศึกษาวิธีเก็บรักษาที่เหมาะสมและสามารถยืดอายุการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์เฮมพ์ให้มีคุณภาพดี โดยวางแผนการทดลองแบบ split split plot โดย main plot คือเมล็ดพันธุ์เฮมพ์จำนวน 4 พันธุ์ ปางอุ๋ง แม่สาใหม่ แม่แฮ และอ่างขาง sub-plot คือ กรรมวิธีการเก็บรักษา 5 กรรมวิธี และ sub-sub-plot คือระยะเวลาการเก็บรักษานาน 6 เดือน ซึ่งการเก็บรักษา 5 กรรมวิธี ประกอบด้วยการบรรจุในถุงพลาสติกเก็บรักษาในอุณหภูมิห้องและการบรรจุในถุงอลูมิเนียมฟรอยด์แบบสุญญากาศแล้วเก็บรักษาในสภาพอุณหภูมิห้อง และในสภาพห้องเย็นที่ 15, 5 และ -4 องศาเซลเซียส โดยสุ่มเมล็ดพันธุ์ในช่วงก่อนการเก็บรักษาและทุกๆ เดือนขณะเก็บรักษามาทดสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์ ผลการทดลองพบว่าสายพันธุ์เฮมพ์ วิธีการเก็บรักษาและระยะเวลา และความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยทั้งสามมีผลต่อคุณภาพเมล็ดเก็บเกี่ยวมีผลต่อความงอกและความแข็งแรงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยก่อนการทดลองพบว่าความชื้นพันธุ์อ่างขาง แม่แฮ ปางอุ๋ง และแม่สา มีความชื้นอยู่ที่ 8.62, 7.7, 7.68 และ 6.52 เปอร์เซ็นต์ และมีความงอก 85, 92, 91 และ 90 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ หลังเก็บรักษาเป็นเวลานาน 5 เดือน แล้วเมล็ดมีความชื้นลดลงและการเก็บเมล็ดพันธุ์อ่างขางด้วยการบรรจุในถุงพลาสติกและ ถุงฟรอยด์แล้วเก็บรักษาในอุณหภูมิห้องมีผลให้ความงอกของเมล็ดลดลงเหลือ 71 และ 66 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ส่วนความแข็งแรงของเมล็ดเฮมพ์พันธุ์ที่วัดด้วยวิธีเพาะความงอกจากเมล็ดที่เร่งอายุ พบว่าก่อนเก็บรักษาความงอกของพันธุ์อ่างขาง แม่แฮ แม่สา และปางอุ๋ง มีเปอร์เซ็นต์ความงอกของเมล็ดพันธุ์ที่ผ่านการเร่งอายุอยู่ที่ 83, 79, 82 และ 76 เปอร์เซ็นต์ มีค่าต่ำกว่าเมล็ดที่ไม่ได้เร่งอายุและเมล็ดที่เก็บรักษาแล้ว 1 เดือน โดยเฉพาะเมล็ดเฮมพ์สายพันธุ์อ่างขางที่บรรจุในถุงพลาสติกและถุงฟรอยด์เก็บรักษาไว้ในอุณหภูมิห้องสามารถคงความแข็งแรงไว้ได้สูงในช่วง 2 เดือนแรกของการเก็บแต่หลังจากเดือนที่ 3-4 เมล็ดเริ่มมีความแข็งแรงลดลงมากกว่าสายพันธุ์อื่นๆ และมีเปอร์เซ็นต์ความงอกของเมล็ดหลังจากเร่งอายุมีค่าประมาณ 71 เปอร์เซ็นต์ การเก็บรักษาเมล็ดเฮมพ์ทุกสายพันธุ์ไว้ที่ 15, 4 และ -4?C นาน 5 เดือนไม่มีความแตกต่างกันและความงอกเมล็ดที่ผ่านการเร่งอายุไม่แตกต่างกับเมล็ดที่เริ่มต้นเก็บรักษาแสดงว่าการเก็บรักษาในสภาพดังกล่าวเมล็ดยังคงความงอกและความแข็งแรงไว้ในระดับสูง
บทคัดย่อ(ภาษาอังกฤษ) :
ความเป็นมาโดยสรุป : ในปีงบประมาณ 2549 - 2551 สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง ร่วมกับมูลนิธิโครงการหลวง และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ดำเนินการคัดเลือกสายพันธุ์เฮมพ์จากการรวบรวมจากพื้นที่สูงในภาคเหนือ พบว่า สายพันธุ์เวียดนาม ปางอุ๋ง ห้วยหอย และแม่สาใหม่ มีปริมาณสาร THC ต่ำ กว่าสายพันธุ์อื่น และได้เริ่มโครงการนำร่องส่งเสริมการปลูกเฮมพ์ภายใต้ระบบควบคุมแก่เกษตรกรทั้งในพื้นที่โครงการหลวงและพื้นที่ขยายผลโครงการหลวงในปี 2552 ซึ่งทำให้มีความต้องการใช้เมล็ดพันธุ์เฮมพ์เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับเมล็ดพันธุ์เฮมพ์เป็นเมล็ดพืชที่มีปริมาณน้ำมันสูงถึง 27 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เมื่อเก็บรักษาไว้นานเปอร์เซ็นต์ความงอกของเมล็ดจะต่ำลงมากจำเป็นต้องปลูกขยายเพื่อสร้างเมล็ดพันธุ์ทุกปี ดังนั้นหากมีวิธีการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์เฮมพ์เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาได้ยาวนานขึ้น สามารถคงความงอกและความแข็งแรงไว้ได้สูง ก็จะช่วยลดปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์เฮมพ์ ทั้งในการดำเนินงานวิจัย และสามารถแจกจ่ายให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ดำเนินการต่อไป
วัตถุประสงค์ : 1) เพื่อหาระยะเวลาเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมต่อคุณภาพเมล็ดพันธุ์เฮมพ์
2) เพื่อพัฒนาวิธีการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์เฮมพ์ที่เหมาะสมสามารถเก็บรักษาเมล็ดได้ข้ามปีโดยคงความงอกและความแข็งแรงสูง
3) เพื่อศึกษาการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ของเฮมพ์ 4 สายพันธุ์ภายใต้เงื่อนไขห้องเย็นและในสภาพธรรมชาติบนพื้นที่สูง
ขอบเขต : 1) รวบรวมข้อมูลและเลือกวิธีเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์เพื่อทดสอบ 5 วิธี
2) เก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์เฮมพ์จำนวน 4 พันธุ์ ด้วยวิธีการเก็บเกี่ยวที่ระยะเวลาต่างๆ จำนวน 3 ระยะเวลา และตรวจวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานของเมล็ดหลังการเก็บเกี่ยว
3) เก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ด้วยวิธีการตามข้อ 1)
4) ตรวจวัดข้อมูลคุณสมบัติต่างๆ ของเมล็ดพันธุ์หลังการเก็บรักษาด้วยวิธีต่างๆ ที่ได้ทดสอบ
5) วิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำรายงานผลการค้นคว้าวิจัย
6) การเผยแพร่ผลงานหรือตีพิมพ์ผลงานวิจัย
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ: เฮมพ์มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวเขาบนพื้นที่สูงมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะชาวเขาเผ่าม้ง ซึ่งชาวเขาจะนำใยเฮมพ์มาถักทอเป็นเครื่องนุ่งห่มจนเกิดเป็นวัฒนธรรมการแต่งกายของชนเผ่า อาคม (2550) พบว่าต้นเฮมพ์ที่ปลูกโดยชาวเขาเผ่าม้งในประเทศไทยนั้น ต้นที่ถูกปลูกเพื่อเก็บเมล็ดพันธุ์จะปลูกกันเพียง 10-20 ต้น ปล่อยให้แก่และเก็บเมล็ดประมาณปลายเดือน ธันวาคม ถึง มกราคม หลังจากเก็บช่อเมล็ดแล้วจะถูกนำมานวดด้วยเท้า เพราะหากใช้ไม่นวดตีจะทำให้เมล็ดกระเด็นออกจากภาชนะที่ใช้รองนวดและเก็บรวบรวมลำบาก และต้องเก็บเกี่ยวในช่วงที่เมล็ดสุกแก่พอดี เพราะถ้าเก็บเกี่ยวเร็วเกินไปเมื่อนำไปเพาะปลูกเมล็ดจะไม่งอก และถ้าทิ้งไว้ให้เมล็ดแห้งจะจนเกินไปนกจะกินหมด ซึ่งข้อมูลดังกล่าวยังไม่ปรากฏข้อมูลในเชิงวิชาการสำหรับการจัดการช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมต่อการเก็บเกี่ยว เพื่อให้ได้เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพดีทั้งในด้านการสุกแก่ทางสรีระวิทยา และในด้านการสุกแก่ทางการเก็บเกี่ยว ดังนั้นหากสามารถพัฒนาพัฒนาวิธีการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์เฮมพ์ที่เหมาะสมสามารถเก็บรักษาเมล็ดได้ข้ามปีโดยคงความงอกและความแข็งแรงสูงภายใต้เงื่อนไขห้องเย็นและในสภาพธรรมชาติบนพื้นที่สูงแล้ว จะทำให้สามารถมีเมล็ดพันธุ์เพียงพอส่งเสริมการปลูกเฮมพ์ภายใต้ระบบควบคุมแก่เกษตรกรทั้งในพื้นที่โครงการหลวงและพื้นที่ขยายผลโครงการหลวง เพื่อรองรับสถานการณ์ปัจจุบันที่ความนิยมสิ่งทอที่ผลิตจากเฮมพ์มีความหลากหลายและมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นทำให้ความต้องการของตลาดได้ขยายเพิ่มขึ้น จึงทำให้เกิดการสร้างรายได้ให้กับชาวเขาเหล่านั้นได้และไม่จำเป็นต้องปลูกขยายเพื่อสร้างเมล็ดพันธุ์ทุกปี นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มความรู้เชิงวิชาการให้แก่ชาวเขาเพื่อพัฒนาวิธีการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้ต่อไป เพื่อรักษาวัฒนธรรมของตนเองและสืบทอดไปสู่ลูกหลานรุ่นต่อไป เป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบนพื้นที่สูงซึ่งจะเป็นผลดีต่อชุมชนพื้นราบและประเทศชาติในที่สุด
เอกสารอ้างอิง : สำนักงาน ป.ป.ส. 2539. รายงานการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในประเทศไทยประจำปี
งบประมาณ 2538. สำนักนายกรัฐมนตรี. 75 หน้า.
สำนักนายกรัฐมนตรี. 2545. รายงานความก้าวหน้าโครงการการศึกษากัญชงเพื่อพัฒนา
ศักยภาพเป็นพืชเศรษฐกิจตามพระราชดำริ. น. 1 – 76. สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์, เชียงใหม่.
อาคม กาญจนประโชติ. 2548. พืชกัญชง.วารสารโครงการหลวง. 6 (6) : 34 – 37.
อาคม กาญจนประโชติ. 2550. กัญชง HEMP: Cannabis sativa L. subsp sativa. โทน คัลเลอร์ เชียงใหม่. 90 หน้า
อาคม กาญจนประโชติ นันทฤทธิ์ โชคถาวร อนันต์ ปินตารักษ์ พิภพ ชำนิวิภัยพงค์ สมาน ณ
ลำปาง ปรีชา เพ็ชร์เม็ด พูนผล เล็กไม่น้อย วุฒิไกร บุตรพลวง สมเดช
กิติยศ วิมล ปันสุภา วาสนา เพทัย โชติพงษ์ กาญจนประโชติ ณรงค์ บุญแก้ว
จันทร์ศิริ วาทหงษ์ สัมพันธ์ ตาติวงค์ และองอาจ ขันตะ. 2549. การวิจัยและพัฒนาเพื่อศึกษาปริมาณสารเสพติด (THC) ในพื้นที่ความสูงระดับต่างๆ และแต่ละช่วงระยะการเจริญเติบโตของพืชเฮมพ์. รายงานผลการวิจัย เสนอต่อมูลนิธิโครงการหลวง. 73 หน้า.
Copeland, L. O. and M. B. McDonald. 2001. Principle of seed science and technology,
Fourth edition. Dordrecht, the Netherland; Kluwer Academic Publisher
Deferne, J. L. and D. W. Pate. 1996. Hemp seed oil: a source of valuable essential fatty
acids. Journal of the International Hemp Association, 3:4-7.
Ranalli, P. 1999. Advances in hemp research. Food Products Press (Haworth Press),
London. 272 p.
kristens adult stories link malayalam pdf sex stories
สรุปผลการวิจัย :
รายชื่อนักวิจัยในโครงการ : พบ 2 รายการ   
ชื่อนักวิจัยตำแหน่งในโครงการสัดส่วนปริมาณงาน (%)
 ดร.สริตา ปิ่นมณี ผู้ประสานงานโครงการ 0.00
 ดร.แสงทิวา สุริยงค์ หัวหน้าโครงการวิจัย 0.00
 
ลิขสิทธิ์ : พบ 0 รายการ   
ไม่พบรายการ
 
เอกสารที่เกี่ยวข้อง : พบ 0 รายการ   
ไม่พบรายการ
 
สารสนเทศเชิงภูมิศาสตร์ : พบ 0 รายการ   
ไม่พบรายการ
 
โครงการวิจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง: พบ 0 รายการ   
ไม่พบรายการ

     
แบบฟอร์มคำร้องขอข้อมูลงานวิจัย :

ชื่อผู้ขอ :
Email address :
บันทึกคำขอ :
ที่อยู่ :